Search
  • จอนนี่ ชู้ททูไชน่า

China Digital Market 2018


หลังจากอัพเดทข่าวพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนปี 2018 กันไปแล้ว คราวนี้ลุยจีน Shoot2China จะพาผู้อ่านทุกท่านไปอัพเดทภาพรวมของฝั่งตลาดออนไลน์จีนปีนี้กันบ้าง.. โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ Abacus, 500 Startups และ the South China Morning Post มาดูกันว่า..ปีนี้บริษัทไอทีจีนไหนมีมูลค่าสูง? เมืองแห่งสตาร์ทอัพมีที่ไหนบ้าง? สตาร์ทอัพรายไหนถูกซื้อกิจการไปแล้ว? รวมถึงการเปิดเผยความจริงเบื้องหลังธุรกิจไอทีจีน! และทิ้งท้ายด้วยการเปรียบเทียบผู้ใช้งานอินเตอร์จีนกับอเมริกาแบบตัวต่อตัวค่ะ


Alibaba , Tentcent ครองอันดับบริษัทไอทีจีนที่มีมูลค่าสูงสุด ..

ก่อนอื่น..เราจะมาพูดถึงบริษัทด้านไอทีจีนที่มีมูลค่าสูงสุดในปี 2018 กันค่ะ แน่นอนว่าอันดับที่ 1 ยังตกเป็นของ Alibaba ซึ่งปีนี้มูลค่าสูงถึง 492,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันดับที่ 2 เป็นของ Tencent ซึ่งมีมูลค่า 479,600 ล้านดอลล่าร์ฯ โดยมูลค่าของสองอันดับแรกสูงกว่าอันดับที่สามอยู่พอสมควร.. อันดับที่ 3 เป็นของ Ant Financial หรือบริษัทแม่ของ Alipay ซึ่งมีมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์ฯ อันดับที่ 4 เป็นของ Baidu ซึ่งมีมูลค่า 87,800 ล้านดอลล่าร์ฯ ส่วน JD อยู่ในอันดับที่ 6 มีมูลค่า 56,600 ล้านดอลล่าร์ฯ แพ้ให้กับ Lufax บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตลาดสินเชื่อออนไลน์ (P2P Lending) ซึ่งมีมูลค่า 600,000 ล้านดอลล่าร์ฯ มากกว่า JD อยู่ 3,400 ล้านดอลล่าร์ฯ


ปักกิ่ง เมืองแห่งการเริ่มต้นธุรกิจ ..

จากข้อมูลพบว่า เมืองหลวงอย่างปักกิ่งครองแชมป์เมืองที่มีสตาร์ทอัพมากที่สุด โดยในปีนี้ธุรกิจสตาร์ทอัพดาวรุ่งกว่า 61 ราย มูลค่ารวม 305,000 ล้านดอลล่าร์ฯ และตามมาด้วยเซี่ยงไห้ ซึ่งผลิตได้สตาร์ทอัพทั้งหมด 34 ราย (มูลค่ารวม 115,000 ล้านดอลล่าร์ฯ) แต่เมื่อเปรียบเทียบเรื่องของมูลค่าเมืองบ้านเกิดแจ็คหม่าอย่างหางโจว แม้ว่าจะผลิตสตาร์ทอัพได้เพียง 17 ราย (น้อยกว่าอยู่เซี่ยงไห้ครึ่งหนึ่ง) แต่มูลค่าโดยรวมกลับสูงถึง 240,000 ล้านดอลล่าร์ฯ และตามมาด้วยเซินเจิ้น เมืองแห่งไอที มีสตาร์ทอัพเกิดขึ้นทั้งหมด 11 ราย มูลค่ารวม 61,000 ล้านดอลล่าร์ฯ ซึ่งถ้ามองภาพรวม ในปี 2018 นี้จีนมียูนิคอร์น (สตาร์ทอัพดาวรุ่ง) เกิดขึ้นจำนวน 142 ราย


Mobike สตาร์ทอัพที่ถูกซื้อ...

สร้างความประหลาดใจไม่น้อยสำหรับปีนี้ เมื่อสตาร์ทอัพดาวเด่นแห่งวงการธุรกิจ Bike Sharing .. Mobike ขายกิจการให้แก่ Meituan-Dianping ด้วยราคา 2,700 ล้านดอลล่าร์ ต้องรอดูต่อไปว่า Meituan-Dianping จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้า Mobike ใหม่หรือไม่อย่างไร และอีกข้อมูลที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ การที่ Alibaba เข้าซื้อกิจการ Ele.me ธุรกิจสั่งอาหารออนไลน์ (ด้วยราคา 9,500 ล้านดอลล่าร์ฯ) ลงเล่นตลาดจัดส่งอาหารออนไลน์แข่งกับ Meituan เสียแล้ว..



ความจริงเบื้องหลังธุรกิจไอทีจีน ..


1. B.A.T อยู่ในทุกที่ในชีวิตคนจีน

ความจริงผู้อ่านอาจจะไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่ หากผู้เขียนนำเสนอข้อมูลที่ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ 3 อันดับของจีน อย่างBaidu, Alibaba และ Tencent จะมีธุรกิจในเครือครอบคลุมInternet Ecosystem ทั้งด้าน E-Commerce, ธุรกิจสื่อออนไลน์, Social media, AI, Smart Device, Blockchain, FinTech, ธุรกิจเกมส์, การศึกษา, กีฬา และอื่นๆ อีกมากมาย

2. ชะตากรรมของ FinTech อยู่ในมือของรัฐบาล

ตรงบอกตามตรงนะคะว่า ณ ปัจจุบัน ชะตากรรมของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตในจีนขึ้นอยู่อยู่กับการตัดสินใจ และกฎข้อบังคับของรัฐบาล โดยเฉพาะวงการสื่อและ FinTech ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเดือนธันวาคมปี 2017 อยู่ๆ ธนาคารกลางจีนและคณะกรรมการกำกับดูแลก็กระชับกฎระเบียบเกี่ยวกับการระดมทุนทางอินเทอร์เน็ตและการกู้ยืมออนไลน์แบบ P2P ซึ่งส่งผลให้ช่วงสามปีหลังจำนวนบริษัท P2P ในจีน ลดลงจาก 6,000 รายเหลือเพียง 2,000 ราย หรือเมื่อไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทางไซเบอร์ของจีน (Cyberspace) ประจำกรุงปักกิ่งออกคำสั่งให้ app store ต่างๆ ลบ ‘Zhihu’ (แพลตฟอร์มถาม-ตอบ) ออก ในช่วงวันที่ 2 – 9 มีนาคม เนื่องจากมองว่าไร้ประสิทธิภาพในการกำจัดข้อมูลที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม.. เรียกได้ว่าธุรกิจไอทีจีนจะรุ่งหรือรุ่งอาศัยดวงเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูกฎหมายและนโยบาย ณ ช่วงเวลานั้นด้วย


3. เทรนด์โปรโมทผ่าน Social+ มาแรง

ปัจจุบันบริษัทอีคอมเมิร์ซต่างๆ รวมถึงบริษัทด้านสื่อและการศึกษาในจีนต่างก็หันมาใช้โมเดล Social+ นั่นคือ การนำโซเชียลเน็ตเวิร์คมาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นผู้ใช้ (User) มีส่วนร่วม อีกทั้งยังใช้เป็นช่องทางในการขยายการเติบโต ตัวอย่างเช่น แอพฯ Pinduoduo ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 156 ล้านคนในปี 2017 ก็ใช้วิธีให้ส่วนลดกับผู้ที่สามารถชักชวนเพื่อนผ่าน WeChat ให้มาซื้อของผ่านแพลตฟอร์ม หรือ Redbook (Xiaohongshu) ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชันคล้ายกับ Instagram, Pinterest และ Amazon เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโพสต์ภาพ พร้อมติด tag ยี่ห้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางไปยังร้านค้าออนไลน์ได้โดยตรง ทำให้ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากถึง 30 ล้านคน


4.ผู้ใช้ Mobile Payment ในจีนสูงกว่าอเมริกาถึง 22% (480 ล้านคน) ..

แม้จีนมียอดผู้ใช้งานมากถึง 50% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ( ราว 772 ล้านคน ) ในขณะที่อเมริกามีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 89% ของประชากรทั้งหมด (ราว 292 ล้านคน) แต่จำนวนผู้ใช้งาน Moblie Payment ของจีนกลับสูงกว่าอเมริกาถึง 22% โดยผู้ใช้งาน Moblie Payment ของจีนมีจำนวน 527 ล้านคนหรือคิดเป็น 37% ของประชากร ส่วนอเมริกามี ผู้ใช้งาน Moblie Payment 48 ล้านคนหรือคิดเป็น 15% ของประชากร จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จีนได้ก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดที่สมบูรณ์แบบนำหน้าอเมริกาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เพิ่มเติม : เปรียบเทียบแพลต์ฟอร์มต่างๆของจีนและอเมริกา

· Search Engine : Baidu = Google

· E-Commerce : Taobao, TMall, JD.com = Amazon, ebay

· Payment : Alipay, WeChat Pay = Venmo, PayPal, Apple Pay

· Ride Sharing : DiDi = UBER, Lyft

· Social Media : Weibo, WeChat = Whatsapp, Facebook Messenge:


ที่มา:

techsauce.co

699 views
ต้องการรายละเอียดข้อมูลเพ่ิมเติม ด้านการตลาดจีนออนไลน์

บริษัท ชู้ททูไชน่า มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

ห้อง 503 อาคารพร้อมพันธ์ 3 เลขที่ 3

ถ.ลาดพร้าวซอย 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร

กรุงเทพฯ 10900

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0-1055-59185-49-2

  • Facebook - Black Circle
  • YouTube - Black Circle
  • Weibo